เปิดพิมพ์เขียวพัฒนาที่ใต้ทางด่วน หมื่นบูทให้เช่าราคาถูกแค่100บาท/วัน นำร่อง3จุด
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ธนารักษ์พัฒนา สินทรัพย์-การทางพิเศษฯสนองนโยบายหมอเลี้ยบเต็มพิกัด ทุ่มงบฯ 1 พันล้านบาท เนรมิตพื้นที่ใต้ทางด่วนกว่า 7 หมื่น ตร.ว.เป็นแหล่งรวมร้านค้าราคาประหยัดร่วม 1 หมื่นบูท เปิดให้ผู้มีรายได้น้อยเช่าหารายได้ คิดค่าเช่าแค่ 100 บาท/วัน นำร่อง 3 จุด ทำเลตรงข้ามด่านสุขุมวิทฝั่งใต้ สีลม-สุรวงศ์ ด่วนเอกมัย-รามอินทรา
แม้จะถูกตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าในการลงทุน แต่เวลานี้หน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานกำลังเร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ มีรายได้น้อยตามนโยบายของนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ให้กระทรวงคมนาคมนำพื้นที่ใต้ทางด่วนมาใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่สำหรับขาย สินค้าให้กับ ผู้มีรายได้น้อยในรูปของร้านค้า 30 บาทช็อป คล้ายๆ กับร้าน 100 เยน หรือร้าน 108 ช็อปในประเทศญี่ปุ่น โดยมอบหมายให้กรมธนารักษ์โดยบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ (ธพส.) กับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ
นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล กรรมการ ผู้จัดการ ธพส. เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจ ว่า จากที่นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ ธพส.เจรจาขอเช่าที่ดินบริเวณใต้ทางด่วนจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อนำมาพัฒนาเป็นร้านขายสินค้าราคาถูกเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือด ร้อนของประชาชนในยุคค่าครองชีพสูง ธพส.ได้หารือกับ กทพ. พบว่ามีพื้นที่กว่า 7 หมื่น ตร.ว. รวม 13 จุด ที่สามารถนำมาพัฒนาได้ ทั้งใต้ทางด่วนขั้นที่ 1 และ 2 เช่น สุขุมวิทฝั่งใต้, สุขุมวิทฝั่งเหนือ, อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ, คลองสามเสนบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎ, ด่านอาจณรงค์-คลองคาง, คลองคาง-คลองพระโขนง, คลองพระโขนง-คลองศาลาลอย, ถนนงามวงศ์วาน, วัดสะพาน, อุรุพงษ์, สีลม, มหานคร และพหลโยธิน 1 นอกนั้นบางจุดใต้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เช่น บริเวณทาวน์อินทาวน์, บริเวณตรงข้ามห้างเทสโก้ โลตัส ลาดพร้าว ฯลฯ
โครงการนี้ ธพส.ตั้งเป้าจะนำพื้นที่ ใต้ทางด่วนมาพัฒนาโดยตกแต่งเป็นบูทให้เช่า 10,000 บูท ขนาดพื้นที่ใช้สอย 3 x 3 ตร.ม. ใช้เงินลงทุนเป็นเงินกู้จากธนาคารรัฐ 1,000 ล้านบาท ต้นทุนตกแต่งเฉลี่ย 1.6 แสนบาท/บูท จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ ปี 2551-2552 ราวเดือนพฤศจิกายนนี้จะเปิดให้ผู้ค้าจองพื้นที่เช่าได้ ส่วนค่าเช่ายังไม่กำหนด แต่น่าจะอยู่ที่วันละ 100-200 บาท/บูท คอนเซ็ปต์โครงการจะขายของราคาถูกเป็นหลัก เช่น อาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค โอท็อป เอสเอ็มอี สัญญาเช่าจะเป็นแบบปีต่อปี ส่วนค่าเช่าพื้นที่ ใต้ทางด่วนจะต้องทำสัญญากับ กทพ. ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จะคิดค่าเช่าราคาถูก ระยะเวลาเช่า 3-5 ปี
ช่วงนำร่องโครงการจะเปิดให้จองพื้นที่ 3 จุด กว่า 2,000 บูท คือบริเวณสุขุมวิทตรงข้ามด่านสุขุมวิทฝั่งใต้ 119 บูท บริเวณสีลมช่วงเชื่อมถนนสีลมกับถนนสุรวงศ์ 112 บูท และใต้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา ฝั่งตรงข้ามทาวน์อินทาวน์ 640 บูท บริเวณตรงข้ามห้างโลตัส ลาดพร้าว 1,428 บูท เนื่องจากทั้ง 3 จุดมีศักยภาพที่จะดึงดูดคนเข้ามาซื้อสินค้าเพราะอยู่ติดริมถนนและเป็นย่าน ชุมชน ส่วนพื้นที่อื่นๆ กำลังสำรวจว่า ที่ใดบ้างที่สามารถนำมาพัฒนาได้
นายเผชิญ ไพโรจน์ศักดิ์ ผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า เบื้องต้น ธพส.จะเช่าพื้นที่ กทพ. 3 จุดก่อน จากที่เสนอให้พิจารณาทั้งหมด 13 แห่ง เบื้องต้น กทพ.จะคิดค่าเช่า 50 บาท/ตร.ว./วัน ซึ่งไม่ได้เน้นเรื่องค่าเช่ามากนัก เพราะหากสามารถนำพื้นที่ใต้ทางด่วนมาใช้ประโยชน์ได้ก็ถือว่าคุ้มค่า ในการนี้ ธพส.จะรับภาระเสียค่าภาษีบำรุงท้องที่แทน กทพ.ด้วย โดยแผนงานทั้งหมด ธพส.จะเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังรายหนึ่งให้ความเห็นว่า การขออนุมัติงบฯ 1,000 ล้านบาท มาพัฒนาและตกแต่งบูทสำหรับค้าขายใต้ทางด่วน แม้จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับผู้มีรายได้น้อยและช่วยเหลือประชาชนให้มี แหล่งซื้อสินค้าในราคาถูก แต่ประเมินดูแล้วไม่น่าจะคุ้มการลงทุนที่ต้องใช้เม็ดเงินสูงถึง 1,000 ล้านบาท เพราะมีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการนำมาพัฒนาเป็นแหล่งค้าขายจริงๆ น้อย แค่บางจุดเท่านั้นที่เป็นแหล่งชุมชน แหล่งท่องเที่ยว การเดินทางเข้าออกสะดวก อย่างสุขุมวิท สีลม ฯลฯ ส่วนพื้นที่อื่นๆ ถ้าจะนำมาพัฒนาก็ต้องลงทุนเพื่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกสบายเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสะพานลอย ที่จอดรถ เหมาะใช้ประโยชน์อย่างอื่นมากกว่า เช่น ลานกีฬา ลานกิจกรรม เป็นต้น
มีรายงานข่าวว่า ก่อนหน้านี้ กทพ.เคยนำพื้นที่ใต้ทางด่วน 8 แห่งเปิดให้หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชนประมูลเช่าพัฒนา แต่ไม่มีผู้สนใจ อาทิ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ซอยบุญช่วย เนื้อที่ 8,223 ตร.ว. บริเวณซอยดวงมณี ถนนงามวงศ์วาน เนื้อที่ 7,428 ตร.ว. บริเวณหลังด่านสุขุมวิท เนื้อที่ 5,600 ตร.ว. บริเวณฝั่งตรงข้ามด่านสุขุมวิท เนื้อที่ 1,478 ตร.ว. บริเวณคลองสามเสน-โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ เนื้อที่ 6,212 ตร.ว. บริเวณด่านอาจณรงค์-คลองคาง เนื้อที่ 9,125 ตร.ว. บริเวณคลองคาง-คลองพระโขนง เนื้อที่ 6,261 ตร.ว. และบริเวณคลองพระโขนง-คลองศาลาลอย เนื้อที่ 5,917 ตร.ว. หน้า 7
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ |