3โครงการยักษ์ชวด"โอกาสทอง" ส.อสังหากระทุ้งรัฐแก้เครดิตบูโร
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------
วงการอสังหาฯป่วน ดีเวลอปเปอร์โอดตัวเลขผู้กู้ซื้อบ้านไม่ผ่านพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ถึง 20% เหตุนายแบงก์ออกกฎคุมเข้มเช็กประวัติใช้จ่ายบัตรเครดิตถี่ยิบผ่าน "เครดิตบูโร" ชี้เป็นเหตุให้สูญเสียโอกาสในการสร้างรายได้เป็นเงินปีละหลายร้อยล้านบาท 3 สมาคมอสังหาฯ เรียกร้องให้รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ด่วน ชี้ลูกค้าบางรายมีหนี้จิ๊บจ้อย ไม่มีปัญหาเรื่องชำระค่างวดบ้าน แต่ถูกปฏิเสธปล่อยสินเชื่อ
การนำระบบเครดิตบูโรมาใช้เพื่อตรวจสอบเครดิตของผู้กู้ แม้จะเป็นหลักประกันความเสี่ยง และป้องกันไม่ให้ลูกค้าที่มีปัญหาเรื่องเครดิตสร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงิน แต่อีกด้านหนึ่งก็ส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่สุจริต แต่มีรายชื่อติด แบล็กลิสต์ในเครดิตบูโรโดยรู้เท่าไม่ถึงการ ทำให้สูญเสียโอกาสในการซื้อบ้าน เนื่องจากถูกสถาบันการเงินปฏิเสธปล่อยสินเชื่อ กระทบชิ่งถึงผู้ประกอบการจัดสรรที่สูญเสียโอกาสในการขายด้วย
แหล่งข่าวจากวงการพัฒนาที่ดิน เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากข้อมูลตัวเลขล่าสุดที่ผู้ประกอบการจัดสรรที่ดินหลายบริษัทประเมินคร่าวๆ เกี่ยวกับสถิติของผู้กู้ซื้อบ้าน แต่ไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เนื่องจากติด แบล็กลิสต์ในเครดิตบูโร พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ ถึงขณะนี้มีอัตราส่วนสูงถึง 20% ของผู้กู้ทั้งหมด โดยที่บางรายมีหนี้ที่ค้างชำระบัตรเครดิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ที่สำคัญไม่ได้มีเจตนาทุจริตหรือจะเบี้ยวหนี้ แต่ปัญหาเกิดขึ้นเป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือปล่อยปละละเลยไม่ตรวจสอบให้ดีว่าตนเองยังมีหนี้ค้างชำระกับเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายไหนบ้าง เนื่องจากเครดิตบูโรเพิ่งถูกนำมาใช้ในประเทศไทยได้ไม่นาน ยังมีคนจำนวนมากที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจ ทำให้ไม่เห็นความสำคัญและคาดไม่ถึงว่าจะมีผลกระทบเกิดขึ้นกับเครดิตของตนเอง
ในส่วนนี้อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและหาทางแก้ไข พร้อมๆ กับเร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนด้วย มิฉะนั้นจะกระทบการซื้อขายสินค้าที่จำเป็นต้องอาศัยการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ไม่ว่าจะเป็นบ้าน รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ที่น่าห่วงคือผู้มีรายชื่อติดแบล็กลิสต์ทั้งที่มีหนี้ค้างชำระจำนวนไม่มากนัก และไม่มีเจตนาที่จะเบี้ยวหนี้ ขณะเดียวกันกรณีติดแบล็กลิสต์เครดิตบูโรแล้วภายหลังมีการชำระหนี้เสร็จเรียบร้อย ก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลบรายชื่อออกจากแบล็กลิสต์โดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาด้วย
ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ผลพวงจากแบงก์ออกกฎคุมเข้มเครดิตบูโร ทำให้ผู้บริโภคกู้ขอซื้อบ้านไม่ผ่านจำนวนมาก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในส่วนของบริษัทประมาณว่าน่าจะสูญเสียโอกาสที่จะทำรายได้ในลักษณะเดียวกันนี้ไม่น้อยกว่า 200-300 ล้านบาทต่อปี ทั้งๆ ที่ผู้กู้ซื้อบ้านส่วนใหญ่ไม่มีปัญหาในการชำระเงินค่างวดบ้านแต่อย่างใด
"ต้องยอมรับว่าสมัยนี้แบงก์เข้มงวดมากๆ ทำให้ผู้บริโภคกู้ซื้อบ้านได้ยากมากขึ้น ผู้ประกอบการก็เสียโอกาสที่จะได้ขายสินค้า เพราะนอกจากจะตรวจสอบเครดิตบูโรแล้ว ยังต้องพิจารณาอัตราส่วนรายได้อีกด้วย นอกจากนี้แนวโน้มดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็มีผลต่อความสามารถในการซื้อบ้านของผู้กู้ด้วย เพราะแทนที่จะกู้คนเดียวก็ต้องหาผู้กู้ร่วม ผมว่าความผิดเล็กๆ น้อยๆ หรือผู้ใช้บัตรเครดิตดังกล่าวได้ชำระค่าบัตรไปแล้ว ก็น่าจะให้โอกาส " ดร.ธีระชนกล่าว
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรรีบหาทางแก้ไขโดยด่วน เพราะเป็นปัญหาที่หมักหมมมานานและทำให้ผู้ประกอบการหรือผู้บริโภคสูญเสียโอกาสที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง โดยที่ผ่านมาเวลามีการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐตนได้เสนอฝากไปถึงรัฐบาลให้เข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง
"ที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราส่วนลูกค้าถึง 10% ที่ขอกู้ซื้อบ้านกับธนาคารไม่ผ่านเพราะเนื่องจากมีชื่อในกลุ่มแบล็กลิสต์ ผมมองว่าเครดิตบูโรควรมีความ ยืดหยุ่นในการใช้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมาเลยว่า หากติดแบล็กลิสต์แล้วจะต้องมีวิธีเคลียร์ตัวเองอย่างไรให้คลีน หากทำได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจและสินเชื่อคล่องตัวมากกว่านี้" นายอธิปกล่าว
นายประสงค์ เอาฬาร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวยอมรับว่า 3 สมาคมอสังหาฯ รวมทั้งดีเวลอปเปอร์เริ่มมีการพูดคุยกันมากขึ้นในประเด็นเครดิตบูโร เพราะมีผู้บริโภถคจำนวนมากยื่นกู้ซื้อบ้านไม่ผ่านทั้งๆ ที่เป็นผู้ที่มีความสามารถในการผ่อนชำระอยู่แล้ว เมื่อสอบถามไปยังสถาบันการเงินที่ยื่นกู้ก็ได้รับคำตอบว่ามีการผิดนัดชำระหนี้จากการใช้บัตรเครดิต และเป็นความผิดที่เล็กน้อย
"เรื่องนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพราะการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าอาจมีหลายสาเหตุ แต่เป็นความผิดที่เล็กน้อยสามารถแก้ไขได้ เพราะมีตัวเลขไม่มากนัก เช่น ชำระเงินล่าช้า หรือบางรายไม่แน่ใจว่าบิลแจ้งยอดใช้จ่ายที่ส่งมาให้ตัวเลขถูกต้อง หรือไม่ จึงยังไม่ชำระเงินเพื่อรอเคลียร์กับแบงก์ให้ชัดเจนก่อน เป็นต้น ซึ่งจากการสอบถามดีเวลอปเปอร์ด้วยกันเองเกี่ยวกับเรื่องนี้ พบว่ามีลูกค้าขอกู้ไม่ผ่านประมาณ 10-20% และมีแนวโน้มอาจจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ" นายประสงค์กล่าว
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ |